สวัสดีทุกท่าน Crucifer เองครับ หลังจากที่ผ่านภาคเสริม Lord of Hatred ของ Diablo IV ก็ได้ฤกษ์กลับมาซะที (แม้จะท้ายซีซั่นแล้วก็ตาม) กลับมาครั้งนี้ยังมากับสรุปของ Diablo III เหมือนเดิมและภาวนาว่าในอนาคตอันใกล้จะได้เขียนถึง Diablo IV อย่างจริงจัง นี่ไม่นับรวมว่าในอีกไม่นาน BlizzCon 2026 จะมาแล้วด้วย จะมีอะไรน่าสนใจเพิ่มมาเป็นพิเศษไหมคงได้รู้ในเร็ววันนี้ แต่ว่าวันนี้ขอว่าด้วย Diablo III กันก่อน
กลับมาว่ากันด้วย Diablo III เป็นรอบที่ 3 สำหรับธีม Shades of the Nephalem ที่รู้กันดีในฐานะของธีม Shadow Clone กลับมาอีกครั้ง ใครที่ประทับใจกับความโหดของร่างเงาเหล่านี้ที่ทันทีที่ออกมาก็แทบจะสลายศัตรูทุกตนที่ขวางหน้าหรือเอามาเป็นเครื่องทุ่นแรงกำจัด Rift Guardians จะได้สบายกันอีก แค่เพียงแตะ Shrine หรือ Pylon เรื่องลำบากในเวลาลง Greater Rifts ก็จะสบายขึ้นมาทันที สำหรับใครที่ยังไม่เคยผ่าน Season 22 มาดูรายละเอียดของ Shadow Clone กันว่ามีลักษณะอย่างไรบ้าง
จากนี้ไปจะเป็นคุณสมบัติของ Shadow Clone ในธีม Shades of the Nephalem
- เมื่อใช้งาน Shrine หรือ Pylon จะกำเนิด Shadow Clone 1 ตน
- Shadow Clone จะเกิดตามจำนวนและคลาสของผู้เล่นที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน
- Shadow Clone จะสุ่ม Skills Set เซ็ตใดเซ็ตหนึ่ง แต่ละคลาสจะมี 3 เซ็ตด้วยกัน
- Shadow Clone จะอยู่กับผู้เล่นเป็นระยะเวลา 1 นาที หรือจนกว่าผู้เล่นจะตายไปก่อน
- Shadow Clone is absolutely "Overpower"
Shadow Clone ถือว่ามีพลังในระดับ Overpower ของจริง จึงมักเก็บ Pylon ไว้ในการช่วยกำจัด Champions, Elites หรือแม้กระทั่ง Rift Guardian (ปกติผู้เล่นระดับสูงจะเก็บ Pylon ไว้ใช้ตอนใกล้จะเรียก Rift Guardian อยู่แล้ว) จึงถือว่าเป็นธีมที่เอาใจผู้เล่นสาย Greater Rifts ที่เป็นผู้เล่นส่วนใหญ่ของภาคนี้ เพราะฉะนั้นใครชอบจัดอันดับ Greater Rifts ชีวิตคุณจะไม่ลำบากหากชำนาญการบริหาร Pylon
และแน่นอนว่าซีซั่นนี้ยังคงมี Universal Power ที่เป็นช่องพลังพิเศษเหมือนธีม The Forbidden Archives เลือก Legendary Power ได้อิสระมา 1 ช่อง ทำให้สามารถเพิ่มลูกเล่นได้อีกนิดหน่อย
ในส่วนของรางวัลซีซั่นจะขาดรางวัลที่นำกลับมาใหม่ไม่ได้แน่นอน ใครเพิ่งเล่น Diablo III ขอแนะนำให้เก็บเพราะรางวัลซีซั่นนี้สวย ตอนนี้ยังทันไล่เก็บอยู่เพราะยังไม่ประกาศวันปิดซีซั่น มาดูกันว่าซีซั่นนี้มีรางวัลอะไรกลับมาให้เก็บบ้าง
หลังจบ 4 บทแรกของ Season Journey คุณจะได้รับเซ็ตไอเทมประจำคลาสดังต่อไปนี้
- Raiment of A Thousand Storms (Monk)
- Unhallowed Essence (Demon Hunter)
- Wrath of the Wastes (Barbarian)
- Tal Rasha's Elements (Wizard)
- Roland's Legacy (Crusader)
- Helltooth Harness (Witch Doctor)
- Bones of Rathma (Necromancer)
เซ็ตเปิดซีซั่นได้ง่ายใน Hardrig's Gift ซีซั่นนี้มี Unhallowed Essence และ Helltooth Harness ที่เหลือนี่รันทดหน่อยเพราะจะมีปัญหาเรื่องขาดความสามารถลดความเสียหายที่ได้รับ (หรือต่อให้มีก็มีไม่พอ) หรือการจะเล่นให้คล่องจำต้องมีของใกล้ครบเซ็ตอย่าง Bones of Rathma ที่ต้องมีอุปกรณ์ที่ลดระยะเวลาใช้ใหม่ (Cooldown) หรือ Wrath of the Wastes ที่จำเป็นต้องหาของบางชิ้นอย่าง Ambo's Pride กับ Band of Might จำเป็นสำหรับการไต่อันดับมาก
สำหรับของรางวัล Cosmetics ดั้งเดิมจะมีชุดจำแลงเซ็ต Conqueror ซึ่งแจก 2 ส่วนต่อซีซั่นเหมือนเดิมกับกรอบภาพประจำตัวและสัตว์เลี้ยง (?) จากซีซั่นก่อน ครั้งนี้เป็นรางวัลเก่าจาก Season 15 (ที่นำกลับมาให้เก็บใหม่รอบที่แล้วใน Season 27)
- รูปลักษณ์จำแลง Conqueror's Cuirass (ลำตัว) และ Conqueror's Gauntlets (มือ)
- Eternal Conflict Portrait Frame Set หลังจากจบ Season Journey 4 บทแรก เป็นต้นไป
- สัตว์เลี้ยง Belphegor หลังจากจบ Season Journey 4 บทแรก
ส่วนรางวัลขั้นสูงสุดจากการจบระดับ Guardian ของ Season Journey จะมีทั้งหมด 2 อย่าง ได้แก่
- Laurels of Knowledge Portrait Frame กรอบประจำตัวที่มาในธีมของ Horadrim เหล่าจอมเวทย์ที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อต่อต้านอสูรแห่ง Sanctuary นั่นเอง เป็นกรอบที่แนะนำให้เก็บมากหากมีธงชาย Loremaster คู่กัน เพราะถ้าดูให้ดีทั้งสองชิ้นนี่ราวกับเป็นเซ็ตเดียวกันมาเลย
- Corvus Cadaverous Pet สัตว์เลี้ยงใหม่ที่แอบเห็นหลายคนอยากได้น้องหมาซอมบี้ที่แทะแขน (ของ Fallen แหละมั้ง? ก็ผิวสีแดงนี่) ถือมีดยาวขบเคี้ยวเล่น ดูไปดูมาหน้าคล้าย Herald of Hatred ใน Diablo IV อยู่เหมือนกันนะ

เช่นเดียวกับรางวัลที่เอาของ Season 27 มาให้เก็บ รางวัลพิชิตชัยก็เป็นลิสต์เก่าของ Season 27 เช่นเดียวกันไม่ผิดเพี้ยนและคงไว้ซึ่งความโหดเช่นเดิม ไม่ว่าจะ Sprinter & Speed Racer ที่มีผ่านจบทัน 1 ชั่วโมงแบบนับหัวได้ Avarice & Avaritia ถึงมีทางเลือกให้ทำถึง 2 ทางแต่ก็เหนื่อยหน่อย Boss Mode & Worlds Apart ที่จะง่ายก็ต่อเมื่อทำเป็นประจำหรือเป็นสายวิ่งของ Sprinter & Speed Racer อยู่แล้ว Masters of the Universe & Masters of Sets ที่ความง่ายขึ้นอยู่กับคลาสที่เล่น ที่ง่ายแท้จริงเพียงแค่ The Thrill & Super Human ที่มีแค่ Skill Multiplier Items กับ Legacy of Dreams ก็สบาย

- Sprinter (Seasonal) & Speed Racer (Hardcore Seasonal)
- จบ Campaign ทั้งหมดของ Diablo III (รวมถึง Reaper of Souls) ณ เลเวลสูงสุดภายในเวลา 1 ชั่วโมง
- Avarice (Seasonal) & Avaritia (Hardcore Seasonal)
- เก็บทองต่อเนื่องจนถึง 50,000,000 ณ ที่ใดก็ได้ที่ไม่ใช่ The Vault และ The Inner Sanctum
- Boss Mode (Seasonal) & Worlds Apart (Hardcore Seasonal)
- กำจัดบอสที่กำหนดขณะเลเวลสูงสุด (เลเวลพื้นฐาน 70) บนระดับความยาก Torment X หรือสูงกว่า ในเวลา 20 นาทีนับตั้งแต่เริ่มเกมรอบนั้น
- The Thrill (Seasonal) & Super Human (Hardcore Seasonal)
- พิชิต Greater Rift ระดับ 45 เดี่ยว โดยไม่ใส่เซ็ตไอเทมใด ๆ ทั้งสิ้น
- Masters of the Universe (Seasonal) & Masters of Sets (Hardcore Seasonal)
- พิชิต Set Dungeons ระดับเชี่ยวชาญ 8 แห่ง
เข้าสู่ส่วนสุดท้ายแล้ว สำหรับ Diablo III ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ อย่างมีนัยยะสำคัญนัก แต่ก็ยังเป็นพื้นที่สำหรับคนที่ชอบภาคนี้ให้กลับมาได้อยู่ อย่างไรก็ตามยังภาวนาให้มีการรีมาสเตอร์หรือรีเมคใหม่ทั้งเรื่องราวและระบบเกมในอนาคต
ที่พูดถึงนี่เพราะตอนนี้ใครติดตามข่าว BlizzCon 2026 จะได้ยินหนาหูอย่างรุนแรงเลยว่า Diablo ภาคแรกกำลังจะรีมาสเตอร์เหมือน Diablo II Resurrected (แถมตั้งชื่อแบบเดียวกันเลยคือ Diablo Resurrected) แต่ข่าวลือจะเป็นจริงไหมคงได้รู้ในงาน BlizzCon ในอีกไม่กี่วันที่จะถึงนี้ (มันควรมีแหละ อย่างมากด้วย ก็ครบรอบ 30 ปีของซีรี่ย์แล้วนี่!)
เอาตรง ๆ เลยก็คือตอนนี้คาดหวังว่าจะได้เขียนถึง Diablo Resurrected มากกว่ามานั่งเขียนถึง Diablo IV แล้วละ เพราะคุ้นเคยกับภาคแรกมากกว่าด้วย แถมอยากเห็นความเปลี่ยนไปตลอดจนถึงการสามารถนำมาเล่นบนเรื่องปัจจุบันอีกต่างหาก แต่จะได้เขียนถึงตอนไหนหรืออย่างไร ตอนนี้ภาวนาให้ตัวเองอย่าเผลอติดจนลืมกลับมาเขียนอีกก็แล้วกัน lol คราวนี้พอแค่นี้ก่อน ไว้พบกันใหม่โอกาสหน้า Adios!
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น